ขอพรที่เขาคิชฌกูฎ


เคยได้ยินมานานแระ (^_^)
แต่ไม่ยักรู้ว่ามันคืออะไร ใครๆ ก็มาชวนไปขอพร เค้าบอกว่าขออะไรก้ได้ คนละ 1 ข้อ อืม!!! น่าสนแฮะ และแล้วก็ตัดสินจัย เอ้า ไปก็ไปวะ แต่ก่อนไปก็ต้องไปศึกษากันซะหน่อยว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร

ตำนานรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎ (พลวง)

นายติ่งและคณะได้ขึ้นบนเขาเพื่อไปหาไม้กฤษณามาขาย ได้ไปพักเหนื่อยบนลานหินกว้าง เพื่อนของนายติ่งคนหนึ่ง ได้ถอนหญ้าเพื่อนอนพักก็พบแหวนใหญ่ขนาดสวมหัวแม่เท้าได้ เเละเมื่อช่วยกันตรวจดูก็พบหินแผ่นหนึ่ง มีพื้นที่เป็นรอยรูปก้นหอย ต่อมานายติ่งและเพื่อนได้นำบุตรชายไปอุปสมบทที่วัดพลับ รุ่งขึ้นก็มีงานปิดรอยพระพุทธบาทจำลอง นายติ่งซื้อทองไปปิดแล้วจึงพูดว่าแถวบ้านตนก็มีรอยแบบนี้เช่นเดียวกัน พอดีมีพระได้ยินเข้าจึงไปเรียนให้เจ้าอาวาสวัดรับทราบ จึงเรียกนายติ่งเข้าไปสอบถามและส่งคณะขึ้นไปพิสูจน์ดู ก็เป็นความจริงและตรวจดูรอบๆบริเวณนั้น ก็พบสิ่งประหลาดมหัศจรรย์หลายอย่าง รอยพระพุทธบาทนั้นท่านทรงเหยียบจารึกไว้ที่ศิลาแผ่นใหญ่ บรรจุคนนั่งได้ร้อยกว่าคน บนยอดเขาสูงสุด กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรอยพระพุทธบาทมีหินกลมก้อนหนึ่งใหญ่มาก เรียกว่าหินลูกพระบาท ตั้งขึ้นมาอย่างน่าแปลกประหลาดมหัศจรรย์ มองดูคล้ายลอยอยู่เฉยๆ มีคนกล่าวว่าเขาเคยเอาด้ายสายสิญจน์คล้องแล้วหลุดออกมาได้ และยังมีหินอีกลูกอยู่ตรงข้ามกับหินลูกพระบาทนี้ ก็มีรอยพระหัตถ์ไปรับหินก้อนนี้จากรอยพระพุทธบาทกับรอยพระหัตถ์นั้น ห่างกันประมาณ 5 เมตร และยิ่งแปลกไปกว่านั้น ในก้อนหินนั้นตรงกันข้ามกับรอยพระหัตถ์ ยังมีรูปรอยเท้าใหญ่ ซึ่งเรียกกันว่ารอยเท้าพญามาร เพียงแหงนหน้าขึ้นไปจะมองเห็นได้ทันที สูงประมาณ 15 เมตร ต่อจากนั้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือห่างจากหินลูกนี้ไปเพียง 15 วา มีหินลูกข้างบนเป็นลานและมองเห็นรอยรถหรือรอยเกวียน เมื่อยืนบนหินลูกนั้นมองลงไปทางทิศเหนือจะเห็นถ้ำเต่า หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของรอยพระพุทธบาทจะเห็นถ้ำช้าง และถ้ามองจากรอยพระพุทธบาทขึ้นไปจะเห็นหินก้อนหนึ่งมีรูปลักษณะคล้ายช้าง จริง เลยจากช้างไปสูงสุดนั้นเรียกกันว่าห้างฝรั่ง เพราะฝรั่งได้ขึ้นไปตั้งห้างส่องกล้องเพื่อทำแผนที่ มองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ยังมีถ้ำอีกถ้ำหนึ่งเรียกว่าถ้ำสำเภา เพราะมีหินก้อนหนึ่งข้างบนถ้ำมีลักษณะคล้ายๆเรือสำเภา และยังมีอีกถ้ำหนึ่งใต้พระบาทนี้เรียกว่าถ้ำตาฤาษี

ที่มาของชื่อเขาคิชฌกูฏนั้น ในตำนานศาสนาพุทธกล่าวไว้ว่า เขาคิชฌกูฎอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงราชคฤห์ แปลว่าภูเขาแร้งกระพือปีก มีคันธกุฎีอยู่บนยอดเขา และเคยเป็นสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้าในอดีต เป็นความดำริของพระครูธรรมสรคุณซึ่งเป็นกรรมการและเป็นหลักในการพัฒนาพระบาท พลวงตั้งแต่ พ.ศ. 2515 ได้เสนอใช้ชื่อ พระบาทเขาคิชฌกูฎ (พลวง) เหตุผลเพราะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธที่พุทธศาสนาเจริญกว่าเมืองไหนๆ แม้กระทั่งประเทศอินเดีย จึงน่าจะใช้ชื่อนี้เป็นที่ระลึกถึงพระบรมศาสดา ในทุกๆ ปีจะมีพิธีเปิดและพิธีปิดการขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นประจำทุกปี
ที่มา : http://www.mapculture.org

เอาละ…พอรู้บ้างแระ ปะ ไปกันเลย แต่เพื่อนบอกว่า ยัง ต้องเตรียมตัวก่อน เตรียมน้ำไปดื่ม เตรียมขนมไปกินด้วยเผื่อหิว ใส่เสื้อผ้าแบบสบายที่สุด รองเท้าด้วย ไฟฉาย ยาดม ยาหม่อง โห…อะไรจะขนาดนั้น ขำว่ะ หุหุ อ้อ!!!แลกเหรียญไปเยอะๆ ด้วย

และแล้ววันนี้ก็มาถึง ไปถึงวัดตอนเที่ยงคืน โอ้ย!!! ‘ง่วง มาทำอารัยกันตอนกลางคืนนะ ยังง่วงอยู่เลย เพื่อนบอกว่าเค้าขึ้นเขากันตอนกลางคืนนี่แหละ อ้าว…มัยง่ะ แต่ก็ต้องวิ่งตามเพื่อนไป ง่ะ รอด้วย ก่อนขึ้นเขาจะต้องมีดอกดาวเรือง ธูป เทียน เศษอัญมณี แผ่นทอง ผ้าดง ผ้าสามสี และอื่นๆ มีจำหน่ายอยู่ที่วัดแหละ เยอะแยะเลย แต่โอ๊ว!!! แม่เจ้า เพิ่งจะเห็นว่าคนมันเยอะแยะอะไรขนาดนี้เนี่ย ทั้งคนแก่ ทั้งเด็ก วัยรุ่น เยอะแยะไปหมด มองนาฬิกาอีกที มันก็เที่ยงคืนจริงๆ นะ เค้าไม่นอนกันเหรอ เดินตามเพื่อนดุ่มๆ ไปไหว้พระ อย่างยากลำบากก้อคนมันเยอะนิ 

เสร็จแล้วมันก้อบอกว่าต้องซื้อตั๋วก่อน เอ้า!!! ตั๋วรัยง่ะ ก้อตั๋วรถขึ้นเขางัย สรุปเนื่องจากคนเยอะมากเราเลยได้ขึ้นรถคิวที่ 174 จาก 900 กว่าคิว นั่งรอขึ้นรถเกือบ 2 ชั่วโมง ได้ขึ้นรถตอนตี 2 นั่นรถมาแล้วต้องรีบไปขึ้นรถก่อน ทางขึ้นเขาชันมาก เมื่อลงรถก็ต้องนั่งอีกต่อนึง เป็น 2 ต่อ (ต่อละ 50 บาท/คน) นั่งเกร็งซะ แถมเก็บอาการไม่อยู่เผลอกรี๊ดออกมา ดีนะที่ทั้งคันรถเพื่อเราหมดเลย นี่ขนาดมืดนะยังเกร็งขนาดนี้ (จะใช้คำว่าเสียวก็กลัวจะไม่สุภาพเอาเป็นว่ารู้กันง่ะนะ)

ลงรถแระ…เพื่อนบอกว่าทีนี้แหละเตรียมยาดมออกมาได้เลย หลังจากไหว้แม่ธรณีแล้ว เราก็เริ่มเดินขึ้นเขากันระหว่างทางขึ้นเขาก็จะมีให้แวะไหว้ ก็ไม่รู้ว่าไหว้อะไร เห็นเค้าไหว้อะไร ก็ไหว้ตามเค้าไปหมด โปรยดอกดาวเรืองด้วย แล้วก็ปักธูปตามหินให้ธูปมันงอๆ ไม่รู้ทำไม แต่ก็ทำตามเค้านะ หุหุ

มองดูเวลาอีกที ตี 3 ครึ่ง เมื่อยก้อเมื่อย เหนื่อยก็เหนื่อย อยากนั่งก็นั่งไม่ได้ คนเยอะมาก เรียกว่าค่อยๆ ไหลไป ทีละก้าว อยากร้องไห้ เหงื่อตกแระ แต่ก็ยังพอทน แต่ไอ้ที่ไม่อยากทนคือเหงื่อไอ้คนข้างๆ เนี่ย หึ่งเชียว มันลืมอาบน้ำรึป่าวฟะ โอ้ย…..เพื่อนเริ่มหาย เหลือตัวคนเดียวแระ ตายล่ะ เดินต่อไป อืม

ตี 5 ครึ่ง ได้มาเบียดกันอยู่ที่รอยพระพุทธบาท มาทันช่วงที่พระท่านปิดไฟให้เราขอพรพอดีเลย หลังจากนั้นก็ติดอยู่ตรงนั้นชั่วโมงนึงกว่าจะได้ปิดทองรอยพระพุทธบาท หลังจากเบียดคนออกมาได้ ไม่ไหวแระ ลงดีกว่า สรุปขึ้นไปได้แค่นั้นเอง สารพัดยาที่เตรียมมาได้ใช้ทั้งหมด

7 โมง เดินลงเขา สว่างแล้ววิวสวยมากเลย ไม่ต้องถามถึงเพื่อนแระ หากันไม่เจอ โทรศัพท์ก็ไม่มีคลื่น เดียวไปรอตรงขึ้นรถก้อแล้วกัน เฮ้อ…..


สิ่งที่ประทับใจ นอกจากได้ไหว้พระ และวิวที่สวยงามแล้วเนี่ย ต้องบอกว่าน้ำใจคนที่นี่สุดยอดมากเลยค่ะ ทั้งช่วยบริการคนป่วย คนชราที่เดินไม่ไหว ก็มีคนหามลงถึงแม้ว่าจะจ่ายเงินก็เถอะนะ ค่าบริการนิดเดียวเอง และที่สำคัญที่สุดคือศรัทธาที่มีต่อพุทธศาสนา ทั้งเด็ก ทั้งคนชรา ขนาดเรายังแทบตายเลย พอขึ้นไปเจอคนแก่ โอ้ย…ยอมแพ้เลยง่ะ

สภาพก็เป็น เช่นนี้แล เหนื่อยมากเลย แต่อิ่มใจค่ะ

จะว่าเข็ดก็เข็ดนะ แต่วิวสวยมากเลย ถ้ามีโอกาสก้ออยากไปอีก แต่ต้องไปวันธรรมดาเพราะคนจะได้ไม่เยอะมาก ถ้าไปตอน weekend ก็เป็นเช่นนี้แล

มีบางภาพแอบได้มาจากเน็ตด้วยนะคะ แต่มาจากหลายที่ ไม่ได้ถ่ายเองทั้งหมด เลือกบรรยากาศเหมือนกันกับวันที่ไปเพื่อเป็นความทรงจำหวังว่าเจ้าของรูปคงไม่ว่ากันนะคะ

อ้อ!!! ลืมเล่าเรื่องพรที่ขอ หุหุ ไม่บอกหรอกว่าขออะไร แต่จะบอกว่าเพื่อนๆ เค้าขอให้ถูกหวยหล่ะ แล้วพวกเค้าก็ถูกหวยกันหลายตังเลยหล่ะ ส่งผลให้ต้องกลับไปไหว้กันอีกรอบเลย แน่นอน หุหุ เราไม่ไป ก้อเราไม่ได้ขอหวยง่ะ ขออะไร ไม่บอก หุหุ

กลับหน้าหลัก(^_^)******(^_^)เม้นหั้ยติ๊ก

 

This entry was posted in ธรรมะ ไหว้พระ ทำบุญ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s