Ron Smoorenburg (รอน สมูเรนเบิร์ก)

รอน สมูเรนเบิร์ก (ผู้กำกับคิวบู๊-ออกแบบคิวบู๊-นักแสดง-สตั้นแมน)

Ron Smoorenburg (Action director – Fight choreographer – Actor – Stuntman)

อ่านประวัติที่ http://tiklalita.blogspot.com/2011/03/ron-smoorenburg.html


อ่านประวัติที่ http://tiklalita.blogspot.com/2011/03/ron-smoorenburg.html






Keyword : รอน สมูเรนเบิร์ก, Ron Smoorenburg, แม็กนั่ม นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

Posted in ดารา-นักแสดง | Tagged , , , | Leave a comment

มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือ????

มนุษย์ต่างดาว (Alien) คือ สิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกโลก เป็นสิ่งที่เชื่อว่าอาจมีอยู่จริงแต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน มีเพียงจิตนาการออกมาให้ในรูปแบบต่างๆ และนำจิตนาการเหล่านี้ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ละคร การ์ตูน เกมส์ อื่นๆ

ประเภทของมนุษย์ต่างดาว (Type of Alien)

The Grey Alien หรือ มนุษย์ต่างดาวสีเทา

The Aleshenka Alien หรือ มนุษย์ต่างดาวอเลสเฮนกา

Reptilian humanoid Alien หรือ มนุษย์ต่างดาวกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์เลื้อยคลาน

Dropa Alien หรือ มนุษย์ต่างดาวดรอป้า

Robot Alien หรือ มนุษย์ต่างดาวคล้ายหุ่นยนต์

The Soul Alien หรือ มนุษย์ต่างดาวคล้ายวิญญาณ

โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม
คลิกที่ภาพให้ใหญ่ขึ้น

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

อึ้ง!!! เวียดนามหิมะตกเห็นๆ เย็นจับขั้วหัวใจ

ได้เกิดหิมะตกปกคลุมเขตซาปา แหล่งท่องเที่ยวอันลือชื่อใน จ.ล่าวกาย (Lao Cai) ของเวียดนามในช่วง 2 วันมานี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้วอีกระลอกหนึ่ง และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ได้เห็นหิมะจริงๆ ซึ่งสื่อของทางการ กล่าวว่า หิมะตกหนักยิ่งกว่านี้ในเขตเขาตามแนวชายแดนจีนที่อยู่เหนือขึ้นไป  

หิมะเริ่มโปรยปรายลงตั้งแต่ค่ำวันอังคาร 15 มี.ค. 54 เป็นต้นมา และตกหนักขึ้นตั้งแต่เวลา 05.00 น.วันพุธนี้ และ ในเวลา 09.15 น.หิมะปกคลุมพื้นที่หนาตั้งแต่ 2.5 ซม.ขึ้นไป สร้างความแตกตื่นให้แก่นักท่องเที่ยว ทั้งชาวเวียดนาม และชาวต่างประเทศผู้ไปเยือนที่นั่นในช่วงฤดูนี้ นายฟัมกวางโห่ (Pham Quang Ho) ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์ จ.ล่าวกาย กล่าวกับสำนักข่าวเวียดนามเน็ต

ปี 2550 ได้เกิด “หิมะ” ตกให้เห็น แต่ก็เป็นเพียงน้ำค้างแข็งที่ปกคลุมกิ่งไม้ใบไม้และยอดหญ้าบนพื้นเท่านั้น เดือน ม.ค.ปีนี้ได้เกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งปกคลุมไปทั่วเมืองซาปาอีกครั้งหนึ่ง ภายใต้อากาศหนาวเหน็บ แต่หิมะตกจริงๆ เพิ่งจะเกิดขึ้นในช่วงนี้

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาและอุกทกศาสตร์กลางกรุงฮานอย ได้ออกคำเตือนนักท่องเที่ยวตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับมวลอากาศ เย็นที่เคลื่อนลงใต้ และจะทำให้เกิดอากาศหนาวเย็นอีกระลอกหนึ่งเป็นเวลา 3-4 วัน ขณะที่ภาคกลางกับภาคใต้จะเกิดฝนตกประปรายจนถึงหนัก และทะเลตะวันออกมีคลื่นสูงและลมแรง

อุณหภูมิในกรุงฮานอยลดลงถึง 11 องศาเซลเซียสในวันพุธนี้ คาดว่า จะลดลงถึง 9 องศาในช่วงกลางคืน

นักพยากรณ์อากาศ กล่าวว่า อากาศจะหนาวเย็นระลอกนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงเทศกาลตรุษต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ก็จะเกิดเพียงไม่กี่วันเท่านั้นในขณะที่ภาคเหนือกับภาคกลางเวียดนามกำลัง จะเปลี่ยนจากฤดูใบไม้ผลิบานใหม่เข้าสู่ฤดูร้อน

อย่างไรก็ตาม ทางตอนใต้ของประเทศอากาศร้อนจัดมาตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว และร้อนจัดมากในเขตจังหวัดที่ราบปากแม่น้ำโขง ซึ่งอุณหภูมิขึ้นลงอยู่ระหว่าง 33-35 องศา


ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์
คลิกดูภาพ

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

พาครอบครัวไหว้พระกับ ขสมก. ในวันหยุด

วันหยุดไม่ว่าจะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาวตามเทศกาลต่างๆ หากต้องการพาครอบครัวไปทำบุญไหว้พระ ของแนะนำบริการของ ขสมก.ทุกวันหยุดราชการค่ะ นอกจากจะประหยัดแล้วยังปลอดภัยอุ่นใจหายห่วงค่ะ

1.ไหว้พระราชบุรี ที่วัดพระศรีอารย์ วัดหนองหอย(พระปรางค์วัดมหาธาตุ วัดเขาช่องพราน ศึกษาธรรมชาติค้างคาวร้อยล้าน แถมด้วยศึกษาวิถีชาวตลาดน้ำดำเนินสะดาก และอุทยานหุ่นขึ้ผึ้งสยาม (เวลา 08.00-19.00 น. ค่าบริการ 359.-บาท/ท่าน)

2.ไหว้พระสมุทรสงคราม ที่วัดเจริญสุขาราม วัดบ้านแหลม วัดบางเกาะเทพประสัก วัดภุมรินทร์ วัดบางมดใหญ่ วัดบางแคน้อย วัดบางกุ้ง วัดจุฬามณี วัดอัมพวัน ศึกษาวิถีชาวตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา
ลงเรือศึกษาธรรมชาติหิ่งห้อย (เวลา 08.00-21.00 น. ค่าบริการ 359.-บาท/ท่าน)

3.ไหว้พระฉะเชิงเทรา ที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร วัดบางพลีใหญ่ แถมด้วยศึกษาวิถีชาวตลาดคลองสวน 100 ปี ศึกษาร่องรอยอารยธรรมเมืองโบราณ (เวลา 08.00-19.00 น. ค่าบริการ 359.-บาท/ท่าน)

4.ไหว้พระกรุงเทพ ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดเบญจมบพิตร วัดอนงค์ราชวราราม วัดมหาธาตุวรวิหาร วัดบรมมหาราชวัง(วัดพระแก้ว) วัดสุทัศน์เทพวราราม วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร วัดชนะสงคราม (เวลา 08.00-19.00 น. ค่าบริการ 299.-บาท/ท่าน)

5.ไหว้พระอยุธยา ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดใหญ่ชัยมงคล วัดพระเมรุ วัดกลางสระบัว วัดพระศรีสรรเพชญ์วัดภูเขาทอง วัดตูม วัดกษัตราราม วัดท่าการ้อง (เวลา 08.00-19.00 น. ค่าบริการ
359.-บาท/ท่าน)

6.ไหว้พระนครปฐมที่วัดเจริญสุขาราม วัดสว่างอารมย์ วัดไร่ขิง วัดไผ่ล้อม องค์พระปฐมเจดีย์ วัดศรีษะทอง วัดกลางคูเวียง วัดกลางบางพระ วัดบางพระ(เวลา 07.00-18.00 น. ค่าบริการ 359.-บาท/ท่าน)

7.ไหว้พระสระบุรี
ที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ศึกษาธรรมชาติทุ่งทานตะวัน PALIO(ปาริโอ) เมืองอิตาลี และโรงองุ่นPB วัลเลย์ (เวลา 08.00-18.00 น. ค่าบริการ 499.-บาท/ท่าน)

8.ไหว้พระบริเวณปริมณฑล ที่วัดเจริญสุขขาราม ศาลพันท้ายนรสิงห์ วัดพระสมุทรเจดีย์ วัดสาขลา แถมด้วยศึกษาวิถีชาวตลาดน้ำบางน้ำผึ้งป้อมพระจุลจอมเกล้า(เวลา 08.00-18.00 น. ค่าบริการ 299.-บาท/ท่าน)

9.ไหว้พระเกาะเกร็ด
ที่วัดใหญ่สว่างอารมณ์ วัดศาลากุน แถมด้วยศึกษาวิถีชีวิตริมน้ำ(ล่องเรือรอบเกาะเกร็ดศึกษาทัศนียภาพสองฝั่งแม่ น้ำเจ้าพระยา)ดูการสาธิตการผลิตเครื่องปั้นดินเผา เข้าคลองบางบัวทองชมการทำขนมหวานที่ขึ้นชื่อของเกาะเกร็ด(เวลา 08.00-18.00 น. ค่าบริการ
359.-บาท/ท่าน)

10.ไหว้พระจันทบุรี
ที่เขาคิชฌกูฎจันทบุรี วัดหลวงพระบาท วัดเขาสุกริม(หลวงพ่อสมชาย) (วันเสาร์เดินทางเวลา 19.00 น. กลับวันอาทิตย์เวลา 18.00 น. ค่าบริการ 599.-บาท/ท่าน)

11.ไหว้พระประจวบคีรีขันธ์ ที่วัดห้วยมงคล(หลวงปู่ทวด) วัดเขากะจิว วัดหุบกะพง วัดท่ากระเทียม วัดท่าไชยศิริ แถมด้วยชายหาดหัวหิน(เวลา 07.30-19.00 น. ค่าบริการ 469.-บาท/ท่าน)

12.ไหว้พระสิงห์บุรี ที่วัดอัมพวัน(หลวงพ่อจรัญ) วัดพระนอนจักรสีห์ วัดพิกุลทอง(หลวงพ่อแพ) วัดโบสภ์วัดสะเดา วัดพระปรางค์มุนี วัดประโชติการาม วัดสาลโคดม วัดเสถียรวัฒนดิษฐ์ วัดขุนอินทร์
(เวลา 08.00-18.00 น. ค่าบริการ 429.-บาท/ท่าน)

13.ไหวัพระอุทัยธานี ที่วัดหนองโพธิ์ (หลวงพ่อเดิม) วัดท่าซุง(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดปากคลองมะขามเฒ่า(หลวงปู่ศุก)แถมด้วยเขื่อนเจ้าพระยา(ชัยนาท) เขาสะแกกรัง (เวลา 07.30-19.00 น. ค่าบริการ 469.-บาท/ท่าน)

ติดต่อสอบถามได้ที่
คุณอลิสา0-814-511-008  คุณตรีกมล0-819-383-010  คุณนารี0-851-365-449 คุณคณาพงศ0-860-306-862

ขอบคุณข้อมูลจากเวปไซน์ ขสมก. ค่ะ

Posted in ธรรมะ ไหว้พระ ทำบุญ | Leave a comment

เลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก กาญจนบุรี

หาก ใครที่กำลังคิดว่าอยากบุญกับเด็กกำพร้าและต้องการมองหาสถานที่นอกกรุงเทพ แล้วละก็ ขอเสนออีกหนึ่งทางเลือกในจังหวัดกาญจนบุรี ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก

โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก มูลนิธิเด็ก (Children Village School)

16/1 ม.2 ถ.ลาดหญ้า-ศรีสวัสดิ์ ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71190

โทรศัพท์ 089-410-4427, 089-410-4429

โทรสาร 0-3451-5106

โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2521 ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการให้เปิดสอนได้ถึงระดับ ป.6

ในปี พ.ศ. 2528 ได้ย้ายมาอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ตำบลวังด้ง ถนนลาดหญ้า-ศรีสวัสดิ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี บนเนื้อที่ 200 ไร่ โดยมูลนิธิจินดา อิ่มจำเรียง ภังคานนท์ และมูลนิธิเด็ก เป็นผู้บริจาคที่ดิน พร้อมอาคารและบ้านพัก โดยดำเนินการภายใต้ความดูแลของมูลนิธิเด็ก

โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก เป็นโรงเรียนทางเลือก (Alternative School) ที่จัดขึ้นให้มีความเหมาะสมสำหรับเด็กกำพร้า เด็กยากจน เด็กที่ประสบปัญหาถูกกระทำทารุณ และเด็กที่มาจากครอบครัวแตกแยก ปัจจุบันมีเด็กนักเรียนประมาณ 140 คน เมื่อจบจากหมู่บ้านเด็ก เด็กสามารถเลือกเรียนต่อได้จนถึงระดับอุดมศึกษา

ก่อน อื่นต้องโทรแจ้งความประสงค์ให้ทางโรงเรียนทราบเสียก่อนว่าเราต้องการจะ เลี้ยงอาหารน้องๆ วันใด เวลาใด เพื่อไม่ให้ชนกับท่านอื่นๆ พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่าจะนำอาหารไปเองหรือจะให้ทางโรงเรียนจัดให้แล้วไปจ่าย เงินเมื่อเราไปถึง ซึ่งมีอาหารให้เลือกน้อย และเป็นอาหารพื้นๆ ที่น้องๆ เค้าอาจจะทานจนเบื่อ หากใครมีกำลังทรัพย์หรือมีรถที่จะนำอาหารไปได้ก็น่าจะทำค่ะ รวบไปถึง นม ผลไม้ และไอศครีมด้วย แต่ยกเว้นขนมกรุบกรอบนะคะ เพราะที่นี่ห้ามค่ะ หากใครมีกิจกรรม หรือเกมส์ไปด้วยจะดีมากๆ ค่ะ จะได้สร้างความครื้นเครง สนุกสนาน

เมื่อได้วันเวลาแล้ว จากนั้นเราก็มาหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ค่ะ เช่น เพื่อนๆ ที่ทำงาน เพื่อนเก่า เพื่อทาง Internet ร่อน E-mail ขอ รับบริจาค เงิน ของเหลือใช้เก่าที่ไม่ใช้แล้ว หรืออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ เครื่องเขียน เสื้อผ้า รองเท้า ตุ๊กตา ผ้าห่ม และอื่นๆ ที่คิดว่าน้องๆ น่าจะใช้ได้ ไม่จะเป็นต้องจำกัดช่วงอายุนะคะของใช้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 18 ปีเลย เดี๋ยวทางมูลนิธิจะคัดเลือกแล้วส่งให้น้องๆ ที่อยู่ที่อื่นด้วยค่ะ ส่วนของใช้ที่จำเป็นและอยากได้มากๆ เห็นจะเป็นถังขยะและถุงขยะขนาดใหญ่ ไฟฉายขนาดใหญ่ ไม่จำกัดจำนวนเลยค่ะ ใครมีกำลังทรัพย์มากก็ช่วยกันหน่อยนะคะ

จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ค่ะ ทางเข้าหมู่บ้านจะเป็นทางเล็กๆ เมื่อไปถึงเด็กจะรออยู่ด้วยความตื่นเต้นว่าวันนี้ใครจะมาเลี้ยงอาหาร โดยทีมพวกเราที่ไปนั้นรู้จักกันทาง Internet เป็นส่วนใหญ่แต่อุดมการณ์คล้ายกันค่ะ

และแล้วเราก็มาถึงโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก

ก่อนทานอาหารน้องๆ จะท่องประโยชน์ และคุณค่าของอาหาร พร้อมทั้งขอบคุณอาหารและผู้มาเลี้ยงอาหารด้วย ตอนน้องๆ ท่องเนี่ยซึ้งจริงๆ ค่ะ

และแล้วก็ได้เวลาแจก พวกเราไปสายค่ะไม่ทันแจกอาหาร เลยแจกนม ผลไม้ และไอสครีมเท่านั้นเอง

สาวๆ ตั้งใจตักไอศครีมให้น้องๆ จนกล้ามขึ้นเลยค่ะ เพราะไอศรีมแข็งมาก

จากนั้นเราก็รวบรวมของบริจาคไปให้สถานที่จัดเก็บ โดยมีน้องๆ ช่วยกันอย่างขมักเขม้น

เสียดายที่เราไม่มีกิจกรรมนัทนาการไปเล่นกับน้องๆ บรรยากาศเลยดูเงียบๆ เป็นการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ พร้อมแจกเบอร์โทรกันซะอย่างนั้น

ก่อนจะลาน้องๆกลับบ้านก็เลยถ่ายรูปเป็นที่ระทึกไว้ โอกาสหน้าเราจะมาเจอกันอีกแน่ๆ

ใคร ว่าการทำความดีนั้นยาก ความจริงแล้วทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา  ขอบคุณทุกท่านที่ทำให้กิจกรรมครั้งนี้ (06/11/2553) เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอบคุณเงินบริจาคทุกบาท ของบริจาคทุกชิ้น และจิตอันเป็นกุศลทุกดวงค่ะ

Posted in ธรรมะ ไหว้พระ ทำบุญ | 4 Comments

หลักการพื้นฐานของการบริหารงานคุณภาพ 8 ประการ

หลักการพื้นฐานของการบริหารงานคุณภาพ (Quality Management Principles-QMP) 8 ประการ

หลักการพื้นฐานของการบริหารงานคุณภาพ (Quality Management Principles-QMP) ซึ่งมีหลักสำคัญ 8 ประการ ได้แก่
1. การให้ความสำคัญกับลูกค้า
2. ความเป็นผู้นำ
3. การมีส่วนร่วมของบุคลากร
4. การบริหารเชิงกระบวนการ
5. การบริหารที่เป็นระบบ
6. การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
7. การตัดสินใจบนพื้นฐานของความเป็นจริง
8. ความสัมพันธ์กับผู้ขายเพื่อประโยชน์ร่วมกัน

1. การให้ความสำคัญกับลูกค้า (Customer-Focused Organization)
ลูกค้าถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจทุกประเภท เพราะถ้าไม่มีลูกค้าก็ไม่รู้ว่าจะทำธุรกิจไปเพื่ออะไร องค์กรต้องพึ่งพาลูกค้า ดังนั้น องค์กรจึงต้องทำความเข้าใจกับความต้องการของลูกค้า ทั้งในปัจจุบันและอนาคต และต้องพยายามดำเนินการ ให้บรรลุความต้องการของลูกค้า รวมทั้งพยายามทำให้เหนือความคาดหวังของลูกค้า

หลักการของ Customer-Focused Organization คือ จับจุดให้ได้ว่า อะไรคือ Customer Needs & Expectation และตอบสนองจุดนั้นให้ดีที่สุด ให้ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ หรือให้ดีกว่า และตอบสนองกับ Feedback ของลูกค้าให้เร็วที่สุด เช่น การร้องเรียน เคลม เป็นต้น

แนวทางปฏิบัติสู่หลักการบริหารองค์กรที่เน้นลูกค้าเป็นสำคัญ
1. กำหนดนโยบายเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า
2. สื่อสารให้บุคลากรทราบและปฏิบัติอย่างทั่วถึง
3. กำหนดวัตถุประสงค์ และเป้าหมาย ตัวชี้วัด
4. มีการปฏิบัติการแก้ไข และป้องกัน เมื่อผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และสื่อสารให้ลูกค้าทราบอย่างสม่ำเสมอ

2. ความเป็นผู้นำ (Leadership)
ผู้นำขององค์กรจะต้องแสดงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรอย่างชัดเจน ต้องมีภาวะผู้นำ และควรสร้างบรรยากาศของการทำงาน ที่จะเอื้ออำนวยให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุผลตามเป้าหมายขององค์กร

ภาวะผู้นำก็คือ ความสามารถในการชักนำ โน้มน้าวให้คนคล้อยตาม มีเป้าหมายที่ชัดเจน และสามารถนำคนให้ปฏิบัติกิจกรรมใดๆ ให้ลุล่วงเป้าหมายนั้นอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

หลักการของ Leadership มุ่งเน้นให้ผู้บริหารองค์กร มีภาวะผู้นำ และแสดงการเป็นผู้นำในการจัดทำระบบจนลุล่วง ซึ่งจะสามารถสร้างความมั่นใจได้ว่า ผู้บริหารมีความมุ่งมั่นอย่างจริงจัง เมื่อหัวนำ หางก็ต้องตามเป็นธรรมดา

แนวทางปฏิบัติสู่หลักการบริหารองค์กรที่บริหารด้วยความเป็นผู้นำ
1. กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และหน่วยงานให้สอดคล้องกับนโยบาย และเป้าหมายคุณภาพ
2. ดำเนินการให้เป็นแบบอย่างที่ดีในองค์กร
3. สร้างแรงจูงใจ ให้บุคลากรมีส่วนร่วม
4. จัดให้มีระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
5. สร้างค่านิยม “ความร่วมมือ” ของบุคลากร พร้อมใช้คุณธรรมในการบริหารงานทุกระดับ

3. การมีส่วนร่วมของบุคลากร (Involvement of People)
ความร่วมมือของบุคลากรคือความสำเร็จขององค์กร เพราะบุคลากรทุกระดับคือหัวใจขององค์กร การที่บุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในองค์กร จะทำให้ทุกคนได้ใช้ความสามารถ ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุด สำหรับบุคคลากรต้องมีความเอาใจใส่ในงานที่ตนได้รับมอบหมายไว้และต้องทำเต็มความสามารถ มีความสามัคคีในหมู่คณะ
หลักการของ Involvement of People คือ เน้นที่ผู้ลงมือทำระบบนั่นก็คือตัวพนักงาน ทุกกิจกรรมจะต้องอาศัยความร่วมของพนักงานทุกระดับ นอกจากนี้ต้องมีการพัฒนาความสามารถของบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้าหัวนำ แต่ห่างไม่ส่ายก็ไม่มีประโดยชน์อะไร
แนวทางปฏิบัติสู่หลักการบริหารองค์กรที่เน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากร
1. สร้างความตระหนักในหน้าที่และความรับผิดชอบในหน้าที่ต่อตนเอง และเพื่อนร่วมงาน
2. สร้างการยอมรับการเป็นส่วนหนึ่งและส่วนสำคัญขององค์กร
3. สร้างความกระตือรือล้นในการแก้ไข ปรับปรุงการทำงานทั้งของตนเอง และหน่วยงาน
4. ฝึกอบรมและพัฒนาทักษะของบุคลากรพร้อมทั้งให้โอกาสทางการศึกษา
4. การบริหารเชิงกระบวนการ (Process Approach)
Process Approach หรือกระบวนการดำเนินงาน มีความหมายว่า การนำเอาทรัพยากรหรือปัจจัยการผลิตป้องเข้าสู่ระบบการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

หลักการของ Process Approach นี้เน้นให้มองงาน / กระบวนการ / กิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ หรือเป็นกระบวนการสนับสนุน กระบวนการ / กิจกรรมต่างๆ นี้ให้มองในรูปของกระบวนการ (Process) ที่แต่ละ Process จะมีทั้งปัจจัยเข้า (Input) และปัจจัยออก หรือผล (Output)
แนวทางปฏิบัติสู่หลักการบริหารองค์กรที่เน้นการบริหารเชิงกระบวนการ
1. กำหนดกระบวนการบริหารงานขององค์กรให้เกิดผลตามเป้าหมาย
2. กำหนดปัจจัยที่ป้อนเข้าโดยบ่งชี้ผลตอบสนองต่อระบบการทำงานอย่างต่อเนื่อง
3. กำหนดจุดเชื่อมโยงหรือจุดประสานงานระหว่างหน่วยงาน
4. ประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งปัจจัยนำเข้า และปัจจัยนำออก
5. กำหนดความรับผิดชอบและอำนาจบริหารงานให้ชัดเจน

5. การบริหารที่เป็นระบบ (System Approach to Management)
การจัดการกระบวนการต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ โดยการนำ Process ต่างๆ มาเรียงร้อยกัน ก่อให้เกิดเป็นระบบ (System) โดยการเรียงร้อยนี้ จะเป็นไปตามลำดับและการมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ซึ่งกันและกัน นั่นก็คืออธิบายได้ว่า Output ของ Process หนึ่ง จะไปเป็น Input ของอีก Process หนึ่ง ต่อๆๆๆๆๆๆ กันไปเรื่อยๆ จนเป็น System และ Output ที่เลวของกระบวนการหนึ่ง ก็จะไปเป็น Input ที่เลวของกระบวนการถัดไปด้วย ดังนั้นถ้าเรียงร้อยต่อๆๆ กัน เป็น System แล้ว ก็จะเป็น System ที่เลวด้วย

หลักการของ System Approach to Management นั้น คือการกำหนดระบบความสัมพันธ์ของปัจจัยและกระบวนการดำเนินงานเพื่อให้องค์กรตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวทางปฏิบัติสู่หลักการบริหารองค์กรที่เน้นการบริหารที่เป็นระบบ
1. กำหนดเป้าหมายและวิธีการดำเนินงานให้ชัดเจน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือความพึงพอใจของลูกค้า
2. วางดครงสร้างการบริหารงานอย่างชัดเจนให้เห็นระบบความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
3. สร้างความเข้าใจให้เกิดความตระหนักในระบบความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
4. การแก้ไขปัญหาขององค์กร ณ จุดใดๆ ให้มองผลสืบเนื่องตามจุดอื่นๆ ตามระบบความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกัน

6. การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continual Improvement)
การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเป็นกระบวนการที่เกิดวงจรบริหารงานระบบคุณภาพ PDCA คือ การวางแผนการดำเนินงาน การประเมินผลการดำเนินงาน การปรับปรุงแก้ไข และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทำให้การดำเนินงานเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นเรื่อยๆ การปรับปรุงสมรรถนะโดยรวมขององค์กรนี้ ควรถือเป็นเป้าหมายถาวรขององค์กร

แนวทางปฏิบัติสู่หลักการบริหารองค์กรที่เน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
1. กำหนดนโยบายขององค์กรให้มีการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง
2. กำหนดแผนการประเมินผลงาน และเกณฑ์การประเมินผลที่ชัดเจน
3. การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ ปัจจัยป้อนเข้า และกระบวนการดำเนินงานให้มีความสอดคล้องสัมพันธ์กัน
4. จัดฝึกอบรมวิธีการ และเครื่องมือที่ใช้ในการปรับปรุงงาน เช่น PDCA และเทคนิคต่างๆ เป็นต้น

7. การตัดสินใจบนพื้นฐานของความเป็นจริง (Factual Approach to Decision Making)
การตัดสินใจที่ถูกต้อง และเกิดประสิทธิภาพต่อการบริหารงานต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ได้จากข้อมูลที่ถูกต้องและการวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นระบบ ครั้ง ต้องมีข้อมูล/ ข้อเท็จจริงสนับสนุน ซึ่งข้อมูลก็ได้จากการเก็บ และนำมาวิเคราะห์ทางสถิติ เพื่อใช้เป็น Tools ในการตัดสินใจของผู้บริหาร โดยไม่นำความรู้สึกส่วนตัว (Feeling) ลางสังหรณ์, การคาดเดาอย่างไม่มีหลักการ ปราศจากข้อมูล หรือข้อเท็จจริงสนับสนุน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ

แนวทางปฏิบัติสู่หลักการบริหารองค์กรที่เน้นการตัดสินใจบนพื้นฐานของความเป็นจริง
1. มีระบบการควบคุมและจัดเก็บข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งภายในและภายนอกองค์กร
2. มีระบบสารสนเทศที่ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลมาใช้ได้ทันทีที่ต้องการ
3. มีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ถูกต้องและเชื่อถือได้
4. มีความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของข้อมูลเชิงสถิติ
5. การตัดสินใจควรใช้ข้อมูลจาการวิเคราะห์ ประสบการณ์ และสัญชาติญาณ

8. ความสัมพันธ์กับผู้ขายเพื่อประโยชน์ร่วมกัน (Mutually Beneficial Supplier Relationships)
ผู้ส่งมอบหรือตัวแทนจำหน่าย มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างยิ่ง ดังนั้นการสร้างสัมพันธภาพกับผู้ส่งมอบจึงควรอยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาคด้านผลประโยชน์เพราะต่างต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน ถ้าองค์กรและผู้ส่งมอบมีความเข้าใจ และมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ย่อมส่งผลในเชิงสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันจะช่วยเพิ่มความสามารถ ในการสร้างคุณค่าร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

หลักการ Mutually Beneficial Supplier Relationships คล้ายกันกับหลักการ Win-Win Situation หมายถึงในการมีปฏิสัมพันธ์กันในเรื่องใดๆก็ตาม ทุกฝ่ายจะชนะหมด ไม่มีใครแพ้ แปลความแล้วก็คือได้รับผลประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย ถ้าเป็นสภานการณ์ด้านการค้าก็คือ ได้รับประโยชน์ แฮปปี้กันทุกฝ่ายทั้งองค์กรและผู้ขาย นั่นคือองค์กรจะหวังให้ผู้ขาย ส่งวัตถุดิบที่ดีมาให้ ก็ต้องมีการดูแลใส่ใจ อาจมีการฝึกฝนอบรม ให้การสนับสนุนในเรื่องต่างๆ เป็นต้น

แนวทางปฏิบัติสู่หลักการบริหารองค์กรที่เน้นความสัมพันธ์กับผู้ขายเพื่อประโยชน์ร่วมกัน
1. เลือกสรรค์ผู้ขายที่มีความสัมพันธ์ต่อองค์กร
2. สร้างความสัมพันธ์โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
3. มีการสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน เปิดเผย และเป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
4. มีความร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บุคลากร หรือกระบวนการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง
5. มีการกระตุ้นส่งเสริมให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันสร้างคุณค่าเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน

Posted in Quality System | Tagged , | Leave a comment

ISO 9000 คืออะไร ???

ISO 9000 คืออะไร ???

ISO 9000 คือ มาตรฐานระบบการบริหารงานคุณภาพ
เป็นมาตรฐานระบบการบริหารงานขององค์กร ซึ่งมุ่งเน้นด้านคุณภาพ ที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกให้การยอมรับและนำไปใช้อย่างแพร่หลาย เกิดขึ้นมาจากสถาบันมาตรฐานแห่งประเทศเยอรมันนี (DIN) ในปี 1978 โดยมีแนวคิดพื้นฐานว่า ควรมีการนำระบบมาตรฐานของแต่ละประเภทที่ไม่เหมือนกันมารวมให้เป็นมาตรฐานประเภทเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้าที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นแนวความคิดที่ตรงกับหลักการขององค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน ISO (International Organization for Standardization-ISO) ในระยะต่อมาองค์การ ISO จึงได้ตั้งคณะกรรมการด้านเทคนิค (TECHNICAL COMITTEE) ขึ้นมาชุดหนึ่งที่รู้จักกันในนามของ ISO/TC 176 หรือ คณะกรรมการวิชาการคณะที่ 176 (ISO/TC 176 : Quality Management and Quality Assurance) เพื่อทำหน้าที่พัฒนาระบบคุณภาพขึ้นมาใช้ประโยชน์สำหรับวงการพาณิชย์ อุตสาหกรรม การบริการและอื่นๆ โดยมีต้นแบบมาจากมาตรฐานแห่งชาติของอังกฤษ คือ BS 5750 เป็นแนวทาง ISO 9000 จัดทำฉบับแรกเมื่อปี 2530 (คศ.1987) โดยกำหนดให้มีการทบทวนมาตรฐานทุกๆ 5 ปี โดยคณะกรรมการวิชาการ ISO (ISO/TC 176 ) เพื่อปรับปรุงมาตรฐานให้ตอบสนองสถานการณ์ปัจจุบัน

นับตั้งแต่มีการประกาศกำหนดมาตรฐาน ISO 9000 เป็นต้นมา องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐได้นำมาตรฐานดังกล่าว ไปใช้อย่างกว้างขวาง ในการจัดระบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนด เพื่อให้ได้รับการรับรอง ระบบการบริหารงานคุณภาพขององค์กร อันจะเป็นสิ่งที่แสดงให้ลูกค้าเห็นว่า องค์กรมีระบบการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถสนองตอบความต้องการ ของลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า

เพื่อให้เหมาะสมสอดคล้องกับกระบวนการของระบบการบริหารงานขององค์กร ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า และให้มีการปรับปรุงสมรรถนะขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเพื่อให้สามารถ นำไปปรับใช้ร่วมกับระบบการบริหารงานอื่นได้ ประกอบด้วยมาตรฐานหลัก 3 ฉบับ ดังนนี้

  • ISO 9000 : ระบบการบริหารงานคุณภาพ – หลักการพื้นฐานและคำศัพท์
  • ISO 9001 : ระบบการบริหารงานคุณภาพ – ข้อกำหนด
  • ISO 9004 : การจัดการเพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืนขององค์กร – แนวทางการจัดการคุณภาพ

สำหรับ ISO 9002 และ ISO 9003 ถูกนำมารวมไว้ใน ISO 9001 (ประกาศใช้ในปี 2000) สำหรับ ISO 9004 ไดแปลี่ยนชื่อมาตรฐานในการประกาศใช้เมื่อปี 2009 (ISO 9004:2009)

โดยมีหลักการพื้นฐานของการบริหารงานคุณภาพ (Quality Management Principles-QMP) ซึ่งมีหลักสำคัญ 8 ประการ ดังนี้

  1. การให้ความสำคัญกับลูกค้า
  2. ความเป็นผู้นำ
  3. การมีส่วนร่วมของบุคลากร
  4. การบริหารเชิงกระบวนการ
  5. การบริหารที่เป็นระบบ
  6. การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
  7. การตัดสินใจบนพื้นฐานของความเป็นจริง
  8. ความสัมพันธ์กับผู้ขายเพื่อประโยชน์ร่วมกัน

ประโยชน์ของการนำ ISO 9000 ไปประยุกต์ใช้ ดังนี้
1. ประโยชน์ต่อองค์กร/บริษัท

  • การจัดองค์กร การบริหารงาน การผลิตตลอดจนการให้บริการมีระบบ และมีประสิทธิภา
  • ผลิตภัณฑ์และบริการ เป็นที่พึงพอใจของลูกค้าหรือผู้รับบริการและได้รับการยอมรับ
  • ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีแก่องค์กร
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

2. ประโยชน์ต่อพนักงานภายในองค์กร/บริษัท

  • มีการทำงานเป็นระบบ มีมาตรฐาน
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
  • พนักงานมีจิตสำนึกในเรื่องของคุณภาพมากขึ้น
  • มีวินัยในการทำงาน
  • พัฒนาการทำงานเป็นทีมหรือเป็นกลุ่มมีการประสานงานที่ดี และสามารถพัฒนาตนเองตลอดจนเกิดทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน

3. ประโยชน์ต่อผู้ซื้อ/ผู้บริโภค

  • มั่นใจในผลิตภัณฑ์และบริการ ว่ามีคุณภาพตามที่ต้องการ
  • สะดวกประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องตรวจสอบคุณภาพซ้ำ
  • ได้รับการคุ้มครองด้านคุณภาพความปลอดภัยและการใช้งาน
Posted in Quality System | Tagged , , | Leave a comment

ISO คืออะไร???


ปัจจุบันธุรกิจต่างๆ มีการแข่งขันกันอย่างสูง ทำให้แต่ละองค์กรต้องการสร้างโอกาสทางการค้าของตนให้เพิ่มสูงขึ้น และอีกทางเลือกหนึ่งคือการนำเอา ISO มาประยุกต์ใช้ซึ่งมีเป้าหมายต่างกันไป บางองค์กรก็ต้องการมีใบรับรองไว้แปะข้างฝาบริษัทเพื่อเรียกลูกค้าเพราะถ้าไม่มีลูกค้าอาจไม่ซื้อขายกันต่อก็ได้ บางองค์กรก็อยากได้ทั้งใบรับรองและระบบที่มีประสิทธิภาพ แต่สำหรับบางองค์กรก็อยากได้ระบบที่มีมาตรฐานไว้โดยไม่ขอการรับรอง

ISO มาจากภาษากรีก (isos) อ่านว่า “ไอโซ่”  แปลว่า เท่ากันหรือเสมอภาค ภาษาอังกฤษมาจากคำว่า International Organization for Standardization ดังเช่น “ ISOMETRIC” ซึ่งมีความหมายว่า “วัดได้เท่ากันหรือขนาดเท่ากัน” หรือ “ISONOMY”ซึ่งหมายถึง “มีความเท่าเทียมกันตามกฎหมาย”เป็นต้น ดังนั้นคำว่า“ ISO” จึงไม่ใช่คำที่ย่อมาจากชื่อเต็มขององค์การ

ISO เป็นองค์กรอิสระ(Non–govermential Organization) เป็นองค์การมาตรฐานสากล หรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน ก่อตั้งเมื่อปีค.ศ.1946 หรือพ.ศ.2489 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีสมาชิกกว่า 130 ประเทศทั่วโลก (ยกเว้นทางด้านไฟฟ้า ซึ่งเป็นหน้าที่ของ IEC ) มีพันธกิจ (Mission) ในการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนามาตรฐานงานต่างๆ และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ และพัฒนาความร่วมมือในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและเศรษฐกิจ อย่างครบวงจร

มีวัตถุประสงค์คล้ายๆกับองค์การการค้าอื่นๆของโลก คือจัดระเบียบการค้าโลก ด้วยการสร้างมาตรฐานขึ้นมา  เพื่อส่งเสริมการกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจ และขจัดข้อโต้แย้ง รวมถึงการกีดกัน ทางการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ ในด้านวิชาการวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีกล่าวง่าย ๆ ได้ว่า บริษัท หรือองค์กรใดได้รับ ISO ก็หมายความว่า มีระบบการจัดการที่เป็นมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ISO เข้ามาประเทศไทยเมื่อปี 2534 เป็นการประกาศใช้ “อนุกรมมาตรฐานระบบการบริหารงานคุณภาพ มอก. -ISO 9000” หรือเรียกสั้นว่า มอก.9000 โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) นับตั้งแต่มีการประกาศกำหนดมาตรฐาน ISO 9000 เป็นต้นมา องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐได้นำมาตรฐานดังกล่าว ไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง เพื่อให้ได้รับการรับรองระบบการบริหารงานคุณภาพขององค์กร อันจะเป็นสิ่งที่แสดงให้ลูกค้าเห็นว่า องค์กรมีระบบการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถสนองตอบความต้องการ ของลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า

Posted in Quality System | Leave a comment